เทียบ FIFA 17 กับ PES 17 ตอนที่ 2

  หลังจากที่พูดถึงการเปรียบเทียบของสองเกมส์ฟุตบอลชื่อดังอย่าง FIFA 17 กับ PES 17 ในส่วนของสนามฟุตบอลไปแล้ว วันนี้มาดูเรื่องอื่นๆกันบ้าง

หากว่าด้วยเรื่องของโหมดต่างๆ ในการเล่น PES ดูจะไม่ได้มีอะไรใหม่มากนักในส่วนนี้ ทว่าพวกเขาได้นำส่วนการปรับแทคติคของทีมมาเอาไว้ในหน้าการจัดตัวผู้เล่น ซึ่งมันทำให้เวลาที่คุณกดหยุดเกม คุณสามารถปรับแทคติกได้ทันที ซึ่งทำให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน ดู FIFA จะแซงพวกเขาไปพอสมควร หลังจากที่พวกเขาเปิดตัวโหมด  The Journey  ซึ่งเป็นโหมดการเล่นใหม่เอี่ยมสำหรับแฟนๆ ที่จะได้รับบทเป็น อเล็กซ์ ฮันเตอร์ ดาวรุ่งคนหนึ่งที่ได้เซ็นสัญญากับทีมในพรีเมียร์ลีก โดยสามารถเลือกทีมที่ต้องการไปร่วมทีมได้  ซึ่งแน่นอนว่าคุณก็จะได้ควบคุมนักเตะรายนี้ยามลงแข่ง แต่สิ่งที่พิเศษมากขึ้นสำหรับโหมดป้ายแดงนี้ก็คือคุณจะได้อภิสิทธิ์ในการควบคุมฮันเตอร์ยามอยู่นอกสนามแข่งด้วย เปรียบเสมือนเป็นการใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการโต้ตอบกับสื่อ การคุยกับเพื่อนร่วมทีมในห้องแต่งตัวและรับคำสั่งจากผู้จัดการทีมที่ข้างสนาม โดยสามารถที่จะตอบโต้ได้ทั้งหมด ซึ่งมันทำให้คุณสามารถที่จะเป็นผู้เล่นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง และมีปัญหากับผู้จัดการทีมและผู้เล่นคนอื่นๆได้เช่นกัน เรียกว่าได้คุณจะไม่ได้สัมผัสแค่เกมในสนามเท่านั้น มันได้เป็นมากกว่าเกมฟุตบอลไปแล้ว และขณะนี้ EA ก็ดูจะพยายามจะพัฒนาเกมรูปแบบนี้ออกมาเรื่อยๆ  ซึ่งเห็นจะได้การพัฒนาที่มากขึ้นในเกมส์ FIFA 18

เทียบ FIFA 17 กับ PES 17 ตอนที่ 1

 

  สำหรับทั้ง 2 เกมนี้แน่นอนว่าเป็นเกมส์ฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก และเชื่อว่าทั้งสองเกมส์นี้ต่างพัฬนาเทคโนโลยีในการเล่นมาโดยตลอด โดยวันนี้เราจะมาเปรียบเทียบกันว่าทั้งสองเกมส์มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง  โดยเริ่มกันที่ในสนามฟุตบอล

ในส่วนของเกม FIFA นั้น ทางทีมผู้สร้างได้มีการพัฒนาในเรื่องของการเคลื่อนไหว และท่าทางของนักเตะเป็นพิเศษ ซึ่งมันทำให้เวลานักฟุตบอลในเกมเลี้ยงบอล หรือการจ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม มันจะดูมีความสมจริงมากกว่าเดิม นอกจากนี้พวกเขายังปรับให้นักเตะสามารถ เบียดและบังบอลไม่ให้ผู้เล่นคนอื่นๆ แย่งเล่นลูกอยู่กลางอากาศได้อีกด้วย โดยหากเป็นใน FIFA เวอร์ชั่นเก่านั้น จังหวะนี้คุณจะถูกเป่าฟาวล์ทันที

นอกจากนี้ยังได้พัฒนาเรื่องการยิงฟรีคิกขึ้นด้วย หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเป้าเล็งที่มีให้จะเอาไว้ใช้สำหรับลูกเตะมุมเท่านั้น และยังมีการพัฒนาด้านอื่นๆอีกเช่น ผู้เล่นยังสามารถเดินหน้าถอยหลังไปทุ่มลูกบอลก็ได้ด้วย อีกทั้งในภาคใหม่ก็จะมีผู้จัดการทีมของแต่ละทีมยืนอยู่ข้างสนาม และมีกริยาต่อการแข่งขันด้วย

ส่วนฝั่ง PES นั้นแทบจะไม่ได้พัฒนาอะไรขึ้นมาจากเมื่อปีที่แล้วเลย พวกเขามีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยปรับปรุงการผ่านบอลให้ลื่นไหลและแม่นยำมากขึ้น เพิ่มความแรงและความคมของผู้เล่นซึ่งช่วยในเรื่องของการพังประตู แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุด ก็คือ การพัฒนาเรื่องการเลี้ยงบอลเพื่อที่จะทำให้นักเตะสามารถเล่นในพื้นที่แคบอย่างริมกรอบเขตโทษหรือตรงริมเส้น ที่ช่วยให้ผู้เล่นหลอกล่อได้ดีขึ้น รวมถึงการกระชากบอลหนี มากกว่าที่จะต้องใช้ลูกเล่นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ค่ายต่างทำออกมาได้ดูดีทีเดียว FIFA ได้นำเอาเทคโนโลยีรูปแบบ Frostbite ที่ใช้ในเกมแบทเทิลฟิลด์ เข้ามาช่วยให้เรื่องของแสงและเงาของสิ่งต่างๆ ทำให้ภาพมีความสวยงาม เหมือนกับการถ่ายทอดสดจริงๆ ขณะที่ PES เองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเมื่อจุดเด่นของพวกเขาอยู่ที่กราฟฟิค โดยภาพก็มีความสวยงามไม่แพ้กัน